10 คำถามที่ต้องถามก่อนจ้างบริษัทรับเขียนโปรแกรม

สารบัญ
- 1. มีผลงานที่ใช้งานจริงไหม ขอดูหรือทดลองใช้ได้หรือเปล่า
- 2. เคยทำงานประเภทที่เราต้องการมาก่อนไหม
- 3. ใบเสนอราคาระบุขอบเขตงานไว้ชัดเจนแค่ไหน
- 4. แบ่งส่งงานเป็นกี่เฟส แต่ละเฟสใช้เวลานานแค่ไหน
- 5. ทดสอบระบบอย่างไรก่อนส่งมอบ
- 6. ถ้าอยากแก้ไขหรือเพิ่มงานกลางทาง คิดเงินและนับเวลาอย่างไร
- 7. ซอร์สโค้ด ฐานข้อมูล และโดเมน เป็นของใครหลังจบงาน
- 8. หลังส่งมอบมีค่าดูแลระบบไหม ครอบคลุมอะไรบ้าง
- 9. ถ้าระบบมีปัญหาเร่งด่วน ติดต่อได้ช่องทางไหน ตอบกลับภายในกี่ชั่วโมง
- 10. มีสัญญาหรือข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรไหม
- สรุป
ในฐานะคนที่รับเขียนโปรแกรมมาหลายโปรเจกต์ เราเห็นความแตกต่างชัดเจนระหว่างงานที่ราบรื่นกับงานที่มีปัญหา ไม่ใช่ที่ตัวเทคโนโลยี แต่อยู่ที่ คำถามที่ลูกค้าถามก่อนตกลงจ้าง ลูกค้าที่ถามครบมักได้ใบเสนอราคาที่ตรงความจริง งานที่ส่งตรงเวลา และระบบที่ดูแลต่อได้ในระยะยาว ส่วนลูกค้าที่รีบตกลงโดยดูแค่ราคา มักต้องมาแก้ปัญหาตอนงานไปแล้วครึ่งทาง
บทความนี้รวม 10 คำถามที่เราแนะนำให้ถามทุกบริษัทหรือฟรีแลนซ์ที่คุณพิจารณาจ้าง ใช้เป็นเช็กลิสต์เทียบกันได้หลายเจ้าก่อนตัดสินใจ
1. มีผลงานที่ใช้งานจริงไหม ขอดูหรือทดลองใช้ได้หรือเปล่า
ผลงานในพอร์ตที่เป็นแค่ภาพหน้าจอกับงานที่เปิดให้ทดลองคลิกใช้จริงต่างกันมาก ขอดูระบบที่กำลังใช้งานอยู่จริงกับลูกค้าจริง ถ้าเป็นไปได้ขอ URL หรือบัญชีทดลองเข้าไปดูหน้าตาและความลื่นไหลของระบบด้วยตัวเอง ไม่ใช่ดูแค่ภาพที่คัดมาให้สวย
2. เคยทำงานประเภทที่เราต้องการมาก่อนไหม
ระบบจองคิว ระบบ MLM ระบบจัดการสต๊อก แต่ละประเภทมีรายละเอียดเฉพาะตัวที่ต้องเคยเจอมาก่อนจึงจะคาดเดาปัญหาได้ทัน ผู้พัฒนาที่เคยทำงานคล้ายกันมาก่อนจะถามคำถามเจาะจงกับธุรกิจคุณได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่คุย ไม่ใช่มารู้ปัญหาทีหลังตอนเขียนไปแล้ว
3. ใบเสนอราคาระบุขอบเขตงานไว้ชัดเจนแค่ไหน
ใบเสนอราคาที่ดีต้องระบุว่าระบบมีฟีเจอร์อะไรบ้าง รวมกี่หน้า กี่ผู้ใช้ และอะไร "ไม่รวม" อยู่ในราคานี้ ถ้าใบเสนอราคาสั้นเกินไป หรือบอกแค่ยอดรวมโดยไม่แจกแจง ความเสี่ยงคือพองานเริ่มทำจริงจะมีรายการ "งานเพิ่ม" โผล่มาเรื่อยๆ จนงบบวมเกินที่ตั้งใจไว้
4. แบ่งส่งงานเป็นกี่เฟส แต่ละเฟสใช้เวลานานแค่ไหน
โครงการที่ดีควรแบ่งเป็นรอบส่งงานย่อยๆ ให้เห็นความคืบหน้าเป็นระยะ ไม่ใช่รอเห็นงานทีเดียวตอนจบ ถามให้ชัดว่าแต่ละเฟสส่งอะไร ใช้เวลากี่สัปดาห์ และคุณจะได้ตรวจงานระหว่างทางกี่ครั้ง การแบ่งเฟสช่วยให้จับความผิดพลาดได้เร็ว ก่อนที่จะสร้างต่อบนฐานที่ผิด
5. ทดสอบระบบอย่างไรก่อนส่งมอบ
ถามตรงๆ ว่าใครเป็นคนทดสอบ ทดสอบด้วยข้อมูลจริงหรือข้อมูลตัวอย่าง และมีการทดสอบกรณีผิดปกติ เช่น กรอกข้อมูลผิด หรือใช้งานพร้อมกันหลายคนไหม ผู้พัฒนาที่มีกระบวนการทดสอบชัดเจนจะตอบคำถามนี้ได้ทันที ถ้าได้คำตอบคลุมเครือว่า "เดี๋ยวดูให้" นั่นคือสัญญาณที่ควรระมัดระวัง
6. ถ้าอยากแก้ไขหรือเพิ่มงานกลางทาง คิดเงินและนับเวลาอย่างไร
ธรรมชาติของโปรเจกต์คือมักมีจุดที่อยากปรับเพิ่มระหว่างทาง ถามไว้ก่อนว่างานที่นอกเหนือจากที่ตกลงไว้ คิดราคาตามชั่วโมงหรือตามใบเสนอราคาใหม่ และจะกระทบกำหนดส่งงานเดิมแค่ไหน การตกลงเรื่องนี้ไว้ล่วงหน้าช่วยลดการเข้าใจผิดเรื่องเงินและเวลาในช่วงท้ายโปรเจกต์ได้มาก
7. ซอร์สโค้ด ฐานข้อมูล และโดเมน เป็นของใครหลังจบงาน
นี่คือคำถามสำคัญที่ลูกค้าหลายคนลืมถาม ควรได้คำตอบชัดว่าหลังจ่ายเงินครบ ซอร์สโค้ดทั้งหมด ฐานข้อมูล และสิทธิ์การเข้าถึงโดเมน/โฮสติ้ง จะโอนมาเป็นของคุณหรือไม่ บางเจ้าเก็บซอร์สโค้ดไว้กับตัวและปล่อยให้ลูกค้าใช้ได้เฉพาะตอนที่ยังจ่ายค่าดูแลต่อเนื่อง ซึ่งอาจไม่เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการความเป็นเจ้าของเต็มรูปแบบ
8. หลังส่งมอบมีค่าดูแลระบบไหม ครอบคลุมอะไรบ้าง
ระบบที่เขียนเสร็จไม่ได้จบแค่วันส่งมอบ เซิร์ฟเวอร์ต้องมีคนดูแล ระบบต้องอัปเดตตามความปลอดภัย และอาจมีบั๊กเล็กๆ โผล่มาทีหลัง ถามให้ชัดว่าค่าดูแลรายเดือนหรือรายปีคิดเท่าไร ครอบคลุมแค่แก้บั๊กหรือรวมปรับฟีเจอร์เล็กๆ ด้วย และถ้าไม่ต่อสัญญาดูแล ระบบจะยังใช้งานได้ต่อไหม
9. ถ้าระบบมีปัญหาเร่งด่วน ติดต่อได้ช่องทางไหน ตอบกลับภายในกี่ชั่วโมง
ระบบล้มตอนกลางดึกหรือช่วงเทศกาลคือสถานการณ์ที่ทุกธุรกิจไม่อยากเจอแต่ควรเตรียมใจไว้ก่อน ถามว่ามีช่องทางติดต่อฉุกเฉินไหม และเวลาตอบกลับโดยประมาณอยู่ที่กี่ชั่วโมง ผู้พัฒนาที่จริงจังเรื่องนี้จะมีคำตอบที่ชัดเจน ไม่ใช่แค่บอกว่า "ติดต่อได้ตลอด" แบบไม่มีรายละเอียด
10. มีสัญญาหรือข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรไหม
ข้อตกลงด้วยปากเปล่าฟังดูสบายใจตอนคุยกัน แต่พอเกิดปัญหาจริงจะหาหลักฐานอ้างอิงไม่ได้ ควรมีสัญญาหรืออย่างน้อยอีเมล/เอกสารยืนยันขอบเขตงาน ราคา กำหนดส่งมอบ และเงื่อนไขการเป็นเจ้าของซอร์สโค้ดไว้เป็นลายลักษณ์อักษร และควรระวังเป็นพิเศษหากเจอราคาที่ต่ำผิดปกติจนน่าแปลกใจ เพราะมักแลกมาด้วยการตัดขั้นตอนทดสอบ ไม่มีสัญญาชัดเจน หรือทิ้งงานกลางทางเมื่อเจองานยากกว่าที่คิด
สรุป
เลือกบริษัทหรือฟรีแลนซ์รับเขียนโปรแกรม ไม่ควรดูแค่ราคาที่ถูกที่สุด แต่ควรถาม 10 คำถามนี้ให้ครบ ตั้งแต่ผลงานจริง ขอบเขตงานในใบเสนอราคา กระบวนการทดสอบ ความเป็นเจ้าของซอร์สโค้ด ไปจนถึงค่าดูแลหลังส่งมอบ คำตอบที่ชัดเจนและตรงไปตรงมาในทุกข้อ คือสัญญาณที่บอกว่าคุณกำลังคุยกับผู้พัฒนาที่ทำงานเป็นระบบและพร้อมดูแลคุณในระยะยาว
ถ้ากำลังมองหาผู้พัฒนาและอยากให้ช่วยประเมินโปรเจกต์ก่อนตัดสินใจ ส่งรายละเอียดมาให้เราประเมินฟรี
อยากได้ระบบแบบที่อ่านในบทความนี้?
เล่าโจทย์ของคุณให้เราฟัง ทีมงาน SangwaiDev ช่วยวางระบบและประเมินราคาให้ฟรี
บทความที่เกี่ยวข้อง

ย้ายระบบ MLM เก่าไประบบใหม่ ทำอย่างไรไม่ให้ข้อมูลสมาชิกหาย
ขั้นตอนย้ายระบบ MLM จากระบบเดิม ทั้งผังสายงาน ยอด PV กระเป๋าเงิน และวันหมดอายุ โดยสมาชิกใช้งานต่อได้ทันที

จ้างเขียนโปรแกรม MLM ราคาเท่าไร? ปัจจัยที่ทำให้ราคาต่างกัน
ราคาระบบ MLM ต่างกันได้หลายเท่า ขึ้นกับความซับซ้อนของแผน จำนวนโบนัส ระบบเสริม และการดูแลหลังส่งมอบ บทความนี้อธิบายว่าแต่ละปัจจัยกระทบราคาอย่างไร

ระบบ MLM สำเร็จรูป vs เขียนใหม่ (Custom) เลือกแบบไหนคุ้มกว่า
เปรียบเทียบระบบ MLM สำเร็จรูปกับการเขียนใหม่ ทั้งต้นทุนระยะยาว ความยืดหยุ่นของแผน ความเป็นเจ้าของข้อมูล และกรณีที่แต่ละแบบเหมาะกว่า